Ultraformer III คืออะไร
Ultraformer III คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าและลำคอด้วยการใช้ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) หรือคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความแรงสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในการยกกระชับผิวหน้าและปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
เทคโนโลยี Ultraformer III ทำงานโดยส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าสู่ชั้นผิวหนังลึกถึง 3 ระดับ ได้แก่ ชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System), ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นผิวหนังส่วนบน (Epidermis) ซึ่งการกระตุ้นเซลล์ผิวในระดับลึกนี้จะช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวหน้าและลำคอกระชับ ริ้วรอยลดลง และรูปหน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ทำไม Ultraformer III จึงได้รับความนิยม
Ultraformer III ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงามเนื่องจากเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดสำหรับการยกกระชับผิวหน้า ซึ่งแต่เดิมต้องอาศัยการศัลยกรรมเท่านั้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย Ultraformer III สามารถให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับการผ่าตัดแต่มีความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้นที่น้อยกว่ามาก
นอกจากนี้ Ultraformer III ยังเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจาก FDA (Food and Drug Administration) ว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
ข้อดีของการทำ Ultraformer III
การทำทรีตเมนต์ด้วย Ultraformer III มีข้อดีมากมาย ได้แก่:
1. ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ
Ultraformer III ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริเวณแก้ม คาง และลำคอที่มักมีปัญหาหย่อนคล้อยตามวัย การทำทรีตเมนต์ด้วย Ultraformer III จะช่วยให้ผิวในบริเวณเหล่านี้กระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
2. ลดริ้วรอยและร่องลึก
คลื่นเสียงความถี่สูงของ Ultraformer III ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเรียบเนียน ทำให้ริ้วรอยและร่องลึกลดลงอย่างเห็นได้ชัด
3. กระชับกรอบหน้าช่วยให้ใบหน้าเรียวขึ้น
หนึ่งในข้อดีที่โดดเด่นของ Ultraformer III คือความสามารถในการกระชับกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น โดยเฉพาะบริเวณกราม ซึ่งมักเป็นจุดที่ทำให้ใบหน้าดูกว้างและอ้วน การทำทรีตเมนต์นี้จะช่วยให้กรอบหน้ากระชับและเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
4. ฟื้นฟูผิวจากภายใน
Ultraformer III ทำงานโดยการกระตุ้นเซลล์ผิวจากภายใน ทำให้เกิดการฟื้นฟูตามธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาที่ผิวภายนอกเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติและยาวนานกว่า
5. ไม่มีแผลหรือการผ่าตัด
ข้อดีที่สำคัญอีกประการของ Ultraformer III คือไม่ต้องผ่านการผ่าตัด จึงไม่มีแผลหรือรอยแผลเป็น ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
6. ฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
Ultraformer III ไม่เพียงแต่ให้ผลลัพธ์ทันที แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2-3 เดือนหลังทำทรีตเมนต์
Ultraformer III เหมาะกับใคร
Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอยบนใบหน้า หรือผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น โดยทั่วไปแล้ว Ultraformer III เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-60 ปี ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นเป็นเวลานาน
- ผู้ที่มีผิวบอบบางและไม่เหมาะกับการผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม Ultraformer III อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากเกินไป ในกรณีนี้ การผ่าตัดยกกระชับใบหน้าอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า นอกจากนี้ ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง มีแผลเปิด หรือมีโรคผิวหนังบางชนิด อาจไม่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้
ทำ Ultraformer III ตรงไหนได้บ้าง
Ultraformer III สามารถทำได้กับผิวหน้า, ลำคอ, หรือบริเวณที่มีผิวหย่อนคล้อย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา โดยบริเวณที่นิยมทำมากที่สุดได้แก่
1.กรอบหน้า สามารถช่วยกระชับกรอบหน้า โดยเฉพาะบริเวณกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
2. ลำคอ ลำคอเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่มักมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย การทำ Ultraformer III ที่ลำคอจะช่วยให้ผิวในบริเวณนี้กระชับขึ้นและลดเลือนริ้วรอย
3. หน้าผาก บริเวณหน้าผากที่มีริ้วรอยและร่องลึก สามารถทำ Ultraformer III เพื่อลดเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวในบริเวณนี้กระชับขึ้น
4. บริเวณรอบดวงตา สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังเนื่องจากผิวในบริเวณนี้บอบบาง
5.แก้ม สามารถยกกระชัยแก้มหย่อนคล้อยแก้มปัญหาร่องแก้ลึก
6.คิ้ว สามารถแก้ปัญหาตาตกปรับทรงคิ้วให้ดูมีมิติ
ควรทำ Ultraformer III กี่ครั้ง กี่ช็อต
โดยปกติจะทำ 1-3 ครั้งตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ จำนวนช็อตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำการรักษา โดยทั่วไปแล้ว:
- ใบหน้าทั้งหมด: ประมาณ 500-800 ช็อต
- ลำคอ: ประมาณ 200-300 ช็อต
- กรอบหน้า: ประมาณ 200-300 ช็อต
- หน้าผาก: ประมาณ 100-150 ช็อต
- บริเวณรอบดวงตา: ประมาณ 50-100 ช็อต
จำนวนครั้งที่ควรทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้ว:
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย: 1 ครั้งต่อปี
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลาง: 2 ครั้งต่อปี
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก: 3 ครั้งต่อปี
ผลลัพธ์ของ Ultraformer III อยู่ได้นานเท่าไหร่
ผลลัพธ์จากการทำ Ultraformer III จะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำทรีตเมนต์ ผลลัพธ์จะเห็นได้ดีที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ เนื่องจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา
ปัจจัยที่มีผลต่อความยาวนานของผลลัพธ์ ได้แก่:
- อายุ: ผู้ที่มีอายุน้อยกว่ามักจะมีผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า
- สภาพผิว: ผู้ที่มีผิวแข็งแรงและมีคอลลาเจนมาก มักจะมีผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า
- การดูแลผิว: การดูแลผิวที่ดีหลังทำทรีตเมนต์จะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
- ไลฟ์สไตล์: การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจน เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการออกแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด จะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
Ultraformer III เป็นอันตรายไหม
Ultraformer III เป็นการรักษาที่ปลอดภัยเมื่อทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และไม่พบรายงานอาการข้างเคียงที่รุนแรง แต่ผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีการติดเชื้อควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Ultraformer III ได้แก่:
- การแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง
- รู้สึกตึงผิวบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าทรีตเมนต์กำลังทำงาน
- อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในบางราย ซึ่งจะหายไปภายใน 1-2 วัน
- อาจมีอาการชาเล็กน้อยในบางราย ซึ่งจะหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม Ultraformer III ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่:
- มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง
- มีแผลเปิดบริเวณที่จะทำการรักษา
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนัง
- มีการใช้ยาที่ทำให้ผิวบอบบาง เช่น Isotretinoin (Accutane)
- มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
ข้อควรรู้ก่อนทำ Ultraformer III
ก่อนตัดสินใจทำทรีตเมนต์ Ultraformer III ควรทราบข้อมูลต่อไปนี้:
- ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนทำ เพื่อให้มั่นใจว่า Ultraformer III เหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณ
- หากมีการติดเชื้อหรือผิวหนังบอบบาง ควรหลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์
- หยุดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อการหายของผิว เช่น Retinoids, AHA หรือ BHA ก่อนทำทรีตเมนต์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หากคุณมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ควรแจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนทำทรีตเมนต์
- ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดโดยไม่ทาครีมกันแดดในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนทำทรีตเมนต์
- ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในช่วง 1-2 วันก่อนทำทรีตเมนต์ เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอในช่วง 1-2 วันก่อนทำทรีตเมนต์ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง
ข้อควรรู้หลังทำ Ultraformer III
หลังจากทำทรีตเมนต์ Ultraformer III มีข้อควรรู้ดังนี้:
- อาจมีการแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งจะหายไปในไม่กี่ชั่วโมง
- ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดโดยตรงในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังการทำทรีตเมนต์
- ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำ
นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการงดออกกำลังกายหนักในช่วง 1-2 วันหลังทำทรีตเมนต์ และการงดอาบน้ำร้อนหรือเข้าซาวน่าในช่วง 1-2 วันหลังทำทรีตเมนต์
การดูแลผิวหลังทำ Ultraformer III อย่างถูกต้องจะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นและยาวนานขึ้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น วิตามินซี เพปไทด์ และไฮยาลูรอนิก แอซิด
Ultraformer III สามารถทำคู่กับทรีตเมนต์อะไรได้บ้าง
Ultraformer III สามารถทำร่วมกับการรักษาอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ได้แก่:
1. Morpheus8
การทำ Ultraformer III ควบคู่กับ Morpheus8 จะเสริมการยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น Morpheus8 เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ไมโครนีดเดิลและคลื่นวิทยุในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเมื่อทำร่วมกับ Ultraformer III จะช่วยให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับผิวและลดริ้วรอยดียิ่งขึ้น
2. Botox หรือ Filler
การทำ Ultraformer III ควบคู่กับ Botox หรือ Filler ช่วยให้ริ้วรอยลดลงและผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น โดย Ultraformer III จะช่วยยกกระชับผิวจากภายใน ในขณะที่ Botox จะช่วยลดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และ Filler จะช่วยเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มปริมาตรให้กับใบหน้า
3. Platelet Rich Plasma (PRP)
การทำ Ultraformer III ควบคู่กับ PRP จะช่วยให้ผิวหน้าได้รับการฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เร็วขึ้น PRP เป็นการนำเลือดของตัวเองมาปั่นแยกเพื่อให้ได้พลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งอุดมไปด้วยปัจจัยการเจริญเติบโตที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นฟูผิว
นอกจากนี้ Ultraformer III ยังสามารถทำร่วมกับทรีตเมนต์อื่นๆ เช่น:
4. เลเซอร์ฟื้นฟูผิว
การทำ Ultraformer III ร่วมกับเลเซอร์ฟื้นฟูผิว เช่น Fraxel หรือ CO2 Fractional Laser จะช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูทั้งจากภายในและภายนอก โดย Ultraformer III จะช่วยยกกระชับผิวจากภายใน ในขณะที่เลเซอร์จะช่วยฟื้นฟูผิวชั้นนอกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
5. ทรีตเมนต์วิตามินซีเข้มข้น
การทำ Ultraformer III ร่วมกับทรีตเมนต์วิตามินซีเข้มข้น เช่น Vitamin C Infusion หรือ Vitamin C Mesotherapy จะช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวกระจ่างใส
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ultraformer III
การดูแลตัวเองหลังทำ Ultraformer III อย่างถูกต้องจะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นและยาวนานขึ้น ดังนี้:
- ทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป: แสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำลายคอลลาเจนในผิว การทาครีมกันแดดทุกวันจะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำ Ultraformer III คงอยู่ได้นานขึ้น
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ: หลังทำ Ultraformer III ผิวอาจไวต่อสารเคมีมากขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น Retinoids, AHA หรือ BHA ในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำ Ultraformer III เพื่อให้ผิวได้พักฟื้นอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำ Ultraformer III ดียิ่งขึ้น
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินซีและโปรตีน จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวแข็งแรง
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์จะทำลายคอลลาเจนในผิว ควรงดหรือลดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้ผลลัพธ์จากการทำ Ultraformer III ดียิ่งขึ้นและยาวนานขึ้น
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและการสร้างคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำ Ultraformer III ดียิ่งขึ้น
